Home > เครือข่าย > สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา ก้าวที่ 2…ก่อนย่างก้าว

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา ก้าวที่ 2…ก่อนย่างก้าว

January 26th, 2010

เล่าเรื่องโดย …. คุณจรรน

การเยี่ยมบ้านผู้ป่วยฮีโมฟีเลียโดยอาสาสมัครและกรรมการชมรมผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย ภาคตะวันออก เป็นมิตรภาพที่ไร้พรมแดน ไม่มีข้อจำกัดว่าผู้ป่วยจะอยู่จังหวัดไหน มีสิทธิการรักษาโรงพยาบาลอะไร ถ้าเป็นโรคนี้ อาสาสมัครทุกคน พร้อมจะเติมเต็มความผูกพัน ความห่วงใย และให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ป่วย เพียงหวังให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีกำลังใจที่ยืนหยัดอยู่กับโรคนี้ได้อย่างมีความสุข และหวังว่าวันหนึ่งคุณอาจจะมาเป็นผู้ร่วมร้อยเรียงเส้นทางสายฝันนี้

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา  ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

การเยี่ยมบ้านครั้งที่สอง ผู้ร่วมเดินทางเป็นอาสาสมัครและกรรมการชมรมฯ รวม 10 คน มีอาสาสมัครใหม่ 3 คน คำบอกเล่าของอาสาสมัครใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมนี้มีเหตุจูงใจจาก “ดูจาก VDO เยี่ยมบ้านครั้งแรกแล้ว โดนใจมากๆ อยากจะมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง” อาสาสมัครอีกท่านบอกว่า “ไม่คิดว่าคนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คน จะสามารถทำกิจกรรมที่มีคุณค่านี้ได้ ดูจากทีมงานแล้วยอมรับว่าทุกคนทำด้วยความตั้งใจจริงๆ” สิ่งที่ตามมาจากการประชุมกรรมการและอาสาสมัครของชมรมฯ ครั้งที่ 2 คือ การเยี่ยมบ้านเส้นทางสายฉะเชิงเทรา-พนัสนิคม รวม 2 จังหวัด 3 อำเภอ จำนวนผู้ป่วย 6 ครอบครัว 8 คน

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา  ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

ก่อนออกเดินทางไปเยี่ยมบ้าน ฉันแวะมาที่รพ.ชลบุรี มีอาสาสมัครร่วมไปเยี่ยมคุณสุรศักดิ์ (น้องโม) ที่หอผู้ป่วย เพราะจากน้ำเสียงของคุณพัน (คุณแม่ของสุรศักดิ์) ที่บอกเล่าอาการทางโทรศัพท์เมื่อวันวานตอนค่ำ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ ต้องมาเยี่ยมตอนเช้าก่อนออกเดินทาง คำพูดของคุณพันที่วนเวียนอยู่ในความคิดของฉันทั้งคืน “พี่คะ วันนี้น้องโมไม่ยอมขยับแขนขาเลย ไม่เขียนกระดาษบอกว่าเป็นอะไร วันนี้นอนเฉยๆ เหมือนเครียดๆอะไรไม่รู้ พูดคุยอะไรด้วยก็ไม่พยักหน้า ไม่ลืมตา หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี พี่ช่วยหนูหน่อยนะ” คำพูดที่ได้ยินทางโทรศัพท์ ทำให้รู้สึกลำคอตีบตันไปหมด ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี สงสารคุณพันแล้วก็สงสารน้องโมด้วย ฉันทบทวนอาการของน้องโมน่าจะมีสาเหตุจากอะไรที่ทำให้วันนี้ซึมลง ตั้งแต่วันที่น้องโมมีอาการอาเจียนและมีกล้ามเนื้อที่ใบหน้ากระตุก แขนขาเกร็งเป็นบางครั้ง รพ.ชุมชนจึงส่งตัวมารักษาที่รพ.ชลบุรี ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบเลือดออกในสมอง และได้รับการผ่าตัดสมองในวันที่ส่งตัวมา วันรุ่งขึ้นแผลผ่าตัดมีเลือดซึมออกบ้าง น้องโยยังมีอาการชักเกร็งเป็นบางครั้ง จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และใส่สายยางให้อาหารทางจมูก ในผู้ป่วยที่รู้สึกตัวคงรู้สึกทรมานมากทีเดียว แล้วทำไมวันนี้จึงซึมลง ฉันตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมา เพราะยังคิดไม่ออกว่าน่าจะมีสาเหตุจากอะไร ความคิดของฉันหยุดชะงักลงเพียงเท่านี้ เพราะมีเสียงคุณพันพูดทางโทรศัพท์ว่า “พี่ยังฟังหนูอยู่หรือเปล่า ได้ยินหนูหรือเปล่า” คงเป็นเพราะฉันนิ่งไปนาน ทำให้คุณพันคิดอย่างนั้น ความคิดชั่วแล่นทำให้ฉันตอบคุณพันว่า “ คุณแม่คะเอาโทรศัพท์มือถือ ไว้ที่ข้างหูน้องโมนะคะ ขอพูดกับน้องโมหน่อย ช่วยเปิดลำโพงด้วย ถ้าน้องโมฟังที่หนูพูดให้คุณแม่
ช่วยบอกด้วย” ได้ยินเสียงคุณพันบอกน้องโมว่าพี่จะพูดด้วย “น้องโม พี่จากศูนย์ประกันนะ จำเสียงพี่ได้ไหม อดทนนะ วันนี้เป็นอะไรก็อดทนให้มากๆ พรุ่งนี้พี่จะแวะไปเยี่ยมก่อนที่จะไปเยี่ยมบ้านแถวพนัส เหมือนที่ไปเยี่ยมบ้านน้องโม รอพี่นะ พรุ่งนี้พี่จะไปเยี่ยม เป็นอะไรให้เขียนกระดาษบอกแล้วลืมตามองหน้าแม่หน่อย อย่าให้แม่พูดคนเดียว พี่เป็นห่วงแล้วพรุ่งนี้พี่จะมาเยี่ยมนะ” คุณพันบอกว่าตอนที่น้องโมฟังโทรศัพท์ก็พยักหน้ารับรู้และขยับตัวบ้าง ลืมตามามองแล้วก็นอนหลับต่อ คำขอบคุณของคุณพันค่อยทำให้รู้สึกลำคอที่ตีบตันเมื่อสักครู่จางหายไป

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา  ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

สองเท้าก้าวไป…ใจอาสา ก้าวที่ 2...ก่อนย่างก้าว

บนเตียงผู้ป่วย น้องโมขดตัวนอนตะแคง ผ้าห่มกองอยู่ด้านข้างลำตัว มีท่อช่วยหายใจใส่ที่ปาก และสายยางให้อาหารใส่ที่จมูก เสียงเครื่องช่วยหายใจทำงานสม่ำเสมอ ที่ศีรษะยังมีผ้ากอสหนาๆปิดอยู่ ฉันหยิบผ้าห่มคลุมที่ตัวน้องโม และลูบที่แขนเบาๆ “น้องโมพี่มาเยี่ยมแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง หนาวมั้ยห่มผ้านะ” น้องโมลืมตามองและพยักหน้า “เจ็บคอใช่มั้ย อดทนนะ ถ้าไม่ชักเกร็งหมอก็จะเอาท่อในปากออก สายที่จมูกใส่ไว้ก่อนจะได้ไม่หิวข้าวนะ อดทนนะเดี๋ยวก็หายแล้ว พี่จะไปเยี่ยมบ้านก่อน แล้วพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่ นอนพักมากๆ อดทนมากๆด้วยนะ” ฉันลูบแขนเบาๆ 2-3 ครั้ง ส่งผ่านกำลังใจและความรู้สึกห่วงใย ภาวนาในใจขอให้หายไวๆนะ ก่อนจะบอกว่า “พี่ไปก่อนนะ” น้องโมพยักหน้าและขดตัวนอนหลับต่อ เดินออกมาด้านหน้าหอผู้ป่วย พบคุณพันนั่งรออยู่ คุณพันรีบลุกเดินมาหาด้วยรอยยิ้มที่ดีใจและแววตาที่ขอบคุณ รอยยิ้มในวันนี้เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขบนความทุกข์จางๆ ในใจ แต่ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันโชคดีมากๆ ที่ทำให้ผู้หญิงที่เป็นแม่คนหนึ่งมีความรู้สึกดีดีและมีกำลังใจ ที่จะดูแลลูกที่ป่วย ลดทอนความทุกข์ใจที่เห็นภาพลูกป่วยแบบนี้ อาสาสมัครจึงเหมือนมาเติมเต็มความอบอุ่นใจ ในยามที่อากาศหนาวเย็น ถึงจะนอนด้านนอกระเบียงตึกไม่ได้กลับบ้านมา 4-5 วัน ไม่มีที่พักที่สะดวกสบาย เพียงเพื่อจะได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังมีความอบอุ่นใจ และมีอาสาสมัครมาเติมเต็มกำลังใจ ในยามที่อ้างว้าง สับสนไม่รู้จะปรึกษาใคร ความเอื้ออาทรที่มีให้กัน เป็นมิตรภาพที่มีอยู่ในใจนานเท่านาน ดังคำมั่นสัญญาที่ว่า “เราจะไม่ทอดทิ้งกัน” อาสาสมัครที่ไปด้วยได้รับรู้ว่าคำมั่นสัญญาว่าจะมาเยี่ยม เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยรอคอยด้วยความหวัง เป็นช่วงเวลาของการรอคอยที่มีคุณค่า ประสบการณ์ในวันนี้ ทำให้อาสาสมัคร รู้ซึ้งถึงคุณค่าของการมาเยี่ยมผู้ป่วยรายนี้ ก่อนย่างก้าวไปด้วยใจอาสา

หลังจากเอาท่อหายใจออก แต่ยังมีเลือดซึมที่แผล

หลังจากเอาท่อหายใจออก แต่ยังมีเลือดซึมที่แผล

Author: admin Categories: เครือข่าย Tags:
  1. January 26th, 2010 at 15:33 | #1

    ตัวผมเองเป็นโรคฮีโมพีเลียบี ตอนเด็กอายุประมาณ 8 ขวบก็มีเลือดตอนฟันน้ำนมจะหลุด เลือดไม่หยุดก็ไปหาหมอ หมอก็ฉีดยาให้เลือดก็หยุด หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตมาเรื่อยๆจนอายุ 25 ก็ไปทอนฟันเลือดออกไม่หยุดเลยต้องไปให้เกร็ดเลือดที่โรงพยาบาล เลือดก็หลุดไหล หลังจากนั้นอีก 8 ปี คราวนี้เลือดไหลออกเองที่เหงือกตอนนี้อายุได้ 34 ปี ก็ไปให้เกร็ดเลือดอีกที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ที่อุบลฯ ก็รู้สึกดีขึ้นก็กลับรักษาตัวที่บ้าน แต่ก็มีเลือดซึมที่เหงือกเหมือนทำท่าจะไหลออกมาอีก ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปนอนให้เกร็ดเลือดอีกวันไหน มีวิธีการรักษาแบบไหนที่จะดำเนินชีวิตอย่างคนปกติได้บ้าง ผมเป็นกังวลใจมากเพราะพักนี้รู้สึกจะมีอาการบ่อยเหลือเกิน

  1. No trackbacks yet.